แม็คลาเรน รีพอร์ต...?

"กีฬาเดลินิวส์" ไขข้อสงสัย "แม็คลาเรน รีพอร์ต" ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการกีฬาโลกอยู่ในขณะนี้คืออะไร "ผยองเดช" จะพาไปพบเบื้องหน้า-เบื้องหลัง

พฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2559 15:22 น.
demo

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการกีฬาโลก นอกเหนือจากเรื่องของเกมการแข่งขันต่าง ๆ ก็คือเรื่องของ “แม็คลาเรน รีพอร์ต” ตอนที่ 2

 หลายคนที่ติดตามข่าวสารวงการกีฬาโลก คงอาจจะเคยได้ยินชื่อ “แม็คลาเรน รีพอร์ต” มาบ้าง โดยเฉพาะในช่วงก่อนการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิลเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

เท้าความกันก่อนว่า “แม็คลาเรน รีพอร์ต” คือรายงานหนา 95 หนาที่จัดทำโดยนายริชาร์ด แม็คลาเรน ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านวงการกีฬาชาวแคนาดา ซึ่งเนื้อหาาระสำคัญคือการแฉว่าหน่วยงานทางการของ รัสเซีย มีส่วนในการปกปิดข้อมูล และให้ช่วยเหลือนักกีฬาของแดนหมีขาวในการใช้สารกระตุ้นต้องห้าม จนทำให้นักกีฬารัสเซียจำนวนมากต้องโดนแบนไม่ได้ไปแข่งใน“รีโอเกมส์” รวมไปถึง พาราลิมปิกเกมส์ ด้วย

และล่าสุด ทนายความคนดัง ได้ทำการเปิดเผยตอนที่ 2 ของ “แม็คลาเรน รีพอร์ต” ความหนา 38 หน้า โดยมีเนื้อหาบ่งบอกถึงรายละเอียดเพิ่มเติม โดยระบุว่ามีนักกีฬารัสเซียกว่าพันคนจากอย่างน้อย 30 ชนิดกีฬา ที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทางการแดนหมีขาวในการใช้สารกระตุ้น ถึงขั้นที่มีห้องแลบสำหรับทดลองเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่รวมถึงการใช้วิธีอย่างการสับเปลี่ยนตัวอย่างปัสสาวะ หรือการใช้เกลือกับกาแฟเป็นตัวช่วยให้การทำให้สารกระตุ้นในเลือดเจือจางจนไม่อาจตรวจพบได้

แถมยังระบุว่าในจำนวนนักกีฬากว่าพันคนนั้น มีนักกีฬาระดับ “เซเลบริตี” ของแดนหมีขาวรวมอยู่เสียด้วย...

ส่วนช่วงเวลาที่เขารวมรวมหลักฐานมานั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 2011-2015 โดยในช่วงเวลานั้นมีทัวร์นาเมนต์สำคัญ ๆ อย่าง โอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน รวมถึง 2 ทัวร์นาเมนต์ที่แดนหมีขาวเป็นเจ้าภาพอย่าง กรีฑาชิงแชมป์โลก 2013 ที่กรุงมอสโก และ โอลิมปิกฤดูหนาว 2014 ที่เมืองโซชี

โดยเฉพาะใน “ลอนดอนเกมส์” นั้น รายงานของ แม็คลาเรน ระบุว่ามีนักกีฬารัสเซียที่ “โด๊ป” โดยการหนุนหลังของทางการมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม็คลาเรน บอกว่าเขามีหน้าที่ในการสืบเสาะค้นหาหลักฐาน ไม่ได้มีหน้าที่ในการตัดสินผิดถูก สิ่งที่เขาทำคือการรวบรวมหลักฐานแล้วส่งต่อให้องค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงส่วนจะมีบทลงโทษหรือไม่อย่างไรนั้น มันไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

คำถามสำคัญหลังจากนี้คือ มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป...???

มันอาจเป็นคำถามที่ยากจะตอบได้ในเวลานี้ เนื่องด้วยองค์กรกีฬาแต่ละชนิดยังคงต้องไปเดินหน้าสอบสวนกันต่อไป แต่ที่แน่ ๆ คือฝ่ายรัสเซียเองต้องดิ้นสุดตัวเพื่อให้ตัวเองพ้นมลทินให้ได้เพราะเท่าที่ผ่านมา กีฬา คือส่วนหนึ่งของนโยบายที่ท่านประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ใช้ในการนำพาประเทศไปสู่ความเป็นหนึ่งมาโดยตลอด

แต่หากถึงที่สุดแล้ว หากมีการพิสูจน์ออกมาแล้วว่ามีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง วงการกีฬาแดนหมีขาวอาจถูกลงโทษขนานใหญ่ การแบนห้ามเข้าร่วมแข่งขันรายการต่าง ๆ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน

และที่หนักกว่านั้น มันมีความเป็นไปได้เช่นกันที่จะมีการยึดสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการต่าง ๆ อย่างที่ ทราวิส ไทการ์ท หัวหน้าองค์กรต่อต้านสารกระตุ้นของสหรัฐออกมาเรียกร้องแถมก่อนหน้านี้ รัสเซีย เองก็ถูกสหพันธ์กรีฑานานาชาติ ยึดสิทธิเป็นเจ้าภาพกรีฑาหลาย ๆรายการไปแล้ว

แน่นอนว่าที่สำคัญที่สุดคืองานใหญ่อย่าง ฟุตบอลโลก 2018 ที่ วลาดิเมียร์ ปูติน ถึงขั้นออกหน้าเองเพื่อให้ได้สิทธิการเป็นเจ้าภาพมาครอง ซึ่งหากที่สุดแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นนำมาสู่การยึดสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพของแดนหมีขาวขึ้นมาจริง ๆ แล้วล่ะก็ รับรองงานนี้เรื่องใหญ่

ก็อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปขนาดนั้น ถ้าโดนยึดไป เชื่อขนมกินได้เลยว่า “ท่าน” คงไม่อยู่เฉยๆ แน่... 

                        ผยองเดช