"บาจโจ"คว้าฟางเส้นสุดท้ายสู่มือสังหารถ้ำค้างคาว

บาจโจ ราโคโตโนเมนจานาฮารี เอ่ยชื่อนี้ หลายคนมึนตึ้บ ว่าใครหว่า เพราะแค่ให้จำนามสกุลยาวเหยียด อาจต้องสูญพลังสมองไปมาก

จันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 10:00 น.
demo
ดังนั้น เรียกกันสั้นๆ กระทัดรัด ว่า "จอห์น บาจโจ" จะง่ายกว่า

....ใช่แล้ว เขาคือนักเตะร่างเล็กเจ้าของความสูงเพียง 158 เซนติเมตร ของ "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี นั่นเอง



ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักแนวรุกของ ค้างคาวไฟ ด้วยจุดเด่นที่ความไวปานแสง ทะลุทะลวงแนวรับคู่แข่งขันเข้าไปพังตาข่าย

แม้ปีนี้ ผลงานของทีมยังฝืด แต่ บาจโจ ยังประคองฟอร์มส่วนตัว เป็นความหวังของทีมได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

ก่อนจะแจ้งเกิดเวทีบอลอาชีพไทย เส้นทางชีวิตของ จอห์น บาจโจ ดาวเตะจากมาดากัสการ์ หัวหกก้นขวิด โดยในวัยเด็ก เล่นบอลโดยไม่มีรองเท้าสตั๊ด ต้องใช้เท้าเปล่าฝึกปรือ หรือแม้แต่ลูกฟุตบอลก็ไม่มีเล่น ไปหาอะไรกลมๆ มาไล่เตะกับเพื่อนๆ ตามท้องถนน



แม้จะเตะบอลกันมาอย่างกระท่อนกระแท่น ทว่าเพชรก็ส่องแสงสุกสกาว ไม่ว่าจะอยู่ในแห่งหนตำบลใด ฝีเท้าของ บาจโจ ไปเข้าตาแมวมองของ นี อองต์ซิกา สโมสรในบ้านเกิด เป็นก้าวแรกสู่เส้นทางลูกหนัง จากนั้นเจ้าตัวมุ่งมั่นทางฟุตบอลอย่างเต็มที่ แค่ในมาดากัสการ์ คงไม่พอ เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ตามหาฝัน ในเวทียุโรป ทว่าบนแผ่นดินใหญ่ ดาวเตะชั้นเซียนทั่วโลกมาชุมนุม บาจโจ ไม่สามารถแจ้งเกิดได้

ในช่วงเคว้งคว้าง เขาได้รับคำแนะนำจาก กีย์ ฮูแบร์ รุ่นพี่ร่วมชาติ ที่มุ่งหน้ามาใช้เพลงแข้งทำมาหากินในไทยกับหลายสโมสร ให้มาคัดตัวดูบ้าว

แรกๆ ทำท่าจะเหลว ไปที่ไหน ใครเค้าก็ไม่เอา จนเริ่มหมดความหวังและถอดใจกลับบ้านเกิดเอาดื้อๆ ทว่าในเสี้ยววินาที ก่อนจรลีคืนถิ่น "ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสรก็กริ๊งกร๊างมาหา เรียกไปโชว์ฝีเท้าให้ชมเป็นขวัญตาหน่อยเป็นไร ทำให้ บาจโจ รีบหิ้วสตั๊ดกระโดดขึ้นรถทัวร์ดิ่งไปสุโขทัยทันที

"ทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสร ต้องนั่งรถไปเอง ไม่มีใครสนใจ จะบินกลับมาดากัสการ์อยู่แล้ว แต่สโมสรสุโขทัยโทรมา ให้ไปทดสอบฝีเท้าในเกมอุ่นเครื่องกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ผมจึงนั่งรถทัวร์บึ่งไปจากกรุงเทพตรงสู่สุโขทัยตอนนั้นเลย"



เป็นโอกาสสุดท้ายที่ ดาวเตะหุ่นกระทัดรัด คว้าเอาไว้ได้สำเร็จ โดยเกมดังกล่าวเขาถูกส่งลงมาช่วงท้ายเกมขณะเหลือ 7 นาที  และสามารถทำประตูได้ ด้วยฟอร์มประทับใจ ทางสุโขทัย เลยล็อกคอเซ็นสัญญา และ บาจโจ ระลึกถึงความทรงจำนั้นเสมอ ถึงกับสักเลข 7 ไว้ที่หน้าท้องเป็นเลขนำโชค

จอห์น บาจโจ จึงได้โลดแล่นในแวดวงลูกหนังไทย รวมแล้วราว 2 ปี ซึ่งเขาบอกว่า วงการฟุตบอลแดนสยาม มีการพัฒนาไปมาก ระบบการจัดการที่เป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งต่างจากฤดูกาลก่อนๆ ที่ยังถือว่าเพิ่งเริ่มลีกแบบอาชีพเต็มตัว

"ฤดูกาลนี้ หลายทีมพัฒนาจนแข็งแกร่งขึ้นมาก ทั้งตัวผู้เล่นและระบบของทีม ปีที่แล้วผมยิงประตูได้มาก แต่ปีนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้แบบนั้นอีกหรือไม่ แต่ต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อพาทีมไปยังเป้าหมายที่สโมสรวางไว้"



มาว่ากันถึงรสนิยม เห็นชื่อแบบนี้ หลายคนอาจคิดว่า จอห์น บาจโจ ยกย่อง โรแบร์โต บาจโจ ตำนานแข้งอิตาลี แต่เปล่าเลย เขากลับชื่นชอบ เปโดร โรดริเกซ ดาวเตะทีมชาติสเปน ของเชลซี เพราะตัวเล็ก เล่นตำแหน่งเดียวกัน พยายามศึกษาการเล่นที่เอาชนะกองหลังตัวใหญ่

"โรแบร์โต บาจโจ น่ะ พ่อผมชอบ เลยมาเป็นชื่อของผม" แข้งมาดากัสการ์ กล่าวอย่างอารมณ์ดี

ส่วนนักเตะไทยนั้น บาจโจ บอกว่า เขาชื่นชอบ "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ ทริสตอง โด 2 นักเตะทีมชาติไทย จาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มากที่สุด เพราะทักษะดี แข็งแกร่ง

"แต่ถ้าให้เลือกคนที่เก่งสุดในไทยตอนนี้ ก็ต้องเป็นผมนะ" บาจโจ กล่าวพลางหัวเราะไปด้วย



แม้คลุกคลีกับประเทศไทย และสุโขทัย เอฟซี ได้ไม่นาน แต่ก็ บาจโจ ก็หลงรักไปซะแล้ว เขาบอกว่า เมืองไทย น่าอยู่มาก ทะเลสวยกว่าที่มาดากัสการ์ ที่สวยที่สุดคือกระบี่ ส่วนแฟนบอลสุโขทัย เอฟซี เชียร์ได้สนุกมาก ไม่ว่าผลงานอย่างไรก็สนับสนุนเต็มที่ รวมทั้งที่นี่คือเมืองเก่า เป็นมรดกโลก มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทำให้เขาอยากอยู่ที่นี่ไปอีกนานๆ

"ผมชอบกองเชียร์สุโขทัย สถานที่นี้ยอดเยี่ยมมาก ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากอยู่ไปเรื่อยๆ"

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน โดยเฉพาะในเวทีฟุตบอล ที่การเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่หาก จอห์น บาจโจ รักษามาตรฐานตัวเองไปเรื่อยๆ เชื่อว่าเขาก็จะร่วมทัพค้างคาวไฟไปเรื่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่ บาจโจ ที่รัก สุโขทัย เอฟซี แต่ สุโขทัย เอฟซี ก็รัก บาจโจ เช่นเดียวกัน.

- เต้ย แม่กลอง เรียบเรียง -