พลิกวิกฤติเป็นโอกาส

ก่อนเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดโรงละครแห่งความฝัน สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา แฟนบอลส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่สาวก "เรด อาร์มี" ล้วนมีความคิดเห็นตรงกันว่า อย่างเก่ง แข้ง "ผีแดง" ก็คงทำได้แค่เปิดรังยันเสมอทีมจ่าฝูง

ศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560 05:56 น.
demo
ใครจะเชื่อว่า ผลการแข่งขันจะออกมาเป็นเลขกลม ๆ ที่ 2-0 พูนสวัสดิ์ ในรูปเกมที่ เชลซี แทบจะทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ขณะที่พลพรรคปิศาจแดงกลับเปล่งประกายฉายแสงฟอร์มอันเจิดจรัส โดยเฉพาะ เจ้าหนู "มาร์คัส แรชฟอร์ด" กองหน้าดาวโรจน์วัยเพียง 19 ปี ที่เป็นผู้กดประตูเบิกร่อง และปั่นป่วนแนวรับของเชลซีได้ตลอดทั้งเกม ในฐานะกองหน้าตัวเป้า ที่ได้ยืนค้ำในแดนหน้าแทนที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เป็นแค่ตัวสำรอง
    
การจัดตัวของ โฮเซ มูรินโญ ในแมตช์กับ เชลซี สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก เพราะไม่มีใครคิดว่า ซลาตัน จะเป็นแค่สำรอง แต่ มูรินโญ คิดถูก เนื่องจากการจับ แรชฟอร์ด มายืนหอกเป้า ส่งผลให้ทีมชนะสวยงามเกินคาด
    
และในเกมล่าสุด ที่ "ผีแดง" เปิดรังต่อเวลาเฉือนหวิว อันเดอร์เลชท์ ในเกมยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัด 2 ประตูชัยของเจ้าถิ่น เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ อิบราฮิโมวิช บาดเจ็บต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป บีบให้ มูรินโญ ต้องปรับหมาก ขยับเจ้าหนูแรชฟอร์ด มายืนเป็นกองหน้าตัวเป้าอีกครั้ง ซึ่งเป็น แรชฟอร์ด ที่กดประตูชัย 2-1 ช่วยให้ทีมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป พร้อมเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ยูโรป้าและคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า
    
ก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่า มูรินโญ จะไม่เคยจับ แรชฟอร์ด ยืนหอกเป้า แต่เป็นการลงเล่นในตำแหน่งดังกล่าวแบบประปราย ยังจับต้องเป็นรูปธรรมได้ไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แทบจะลงสนามให้ทีมเกือบทุกนัด และยิงประตูได้อย่างถล่มทลาย จนแฟนบอลทีมอื่น ๆ ค่อนแคะว่า หากไม่มี ซลาตัน เกมรุกของ "ผีแดง" ก็แทบจะไม่มีความอันตรายใด ๆ เลย แต่เกมกับ เชลซี ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ทุกคนคิดผิด
    
นอกจากนั้น เผลอ ๆ การไม่มี อิบราฮิโมวิช ลงสนาม อาจมองดูเหมือนเป็นวิกฤติในแดนหน้าของ “ผีแดง” ทว่า กรณีนี้อาจกลายเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสของ แรชฟอร์ด ซึ่งจะส่งผลดีต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป เพราะการใช้ แรชฟอร์ด ยืนหอกเป้า ทำให้เกมมีความไหลลื่น รวดเร็ว หลากหลาย และดูวูบวาบกว่าเดิม ผิดกับการมี อิบราฮิโมวิช ยืนหอกเป้า ที่เกมมักจะช้า เพราะบอลต้องไปพักที่เขา ขณะที่การเข้าทำส่วนใหญ่ จะใช้การออกปีกโยนเข้ามาให้ดาวยิงจอมเก๋าชาวสวีดิชใช้ลูกโหม่งเล่นงานคู่แข่ง ที่ระยะหลังไม่ค่อยจะได้ผล เนื่องจากคู่แข่งเริ่มจับทางได้แล้ว
    
ตอนที่ผมเคาะแป้นคีย์บอร์ดร่ายบทความนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่า ซลาตัน ต้องพักนานแค่ไหน แต่จากภาพที่ได้เห็น ดูเหมือนว่า อาการบาดเจ็บของ อิบราฮิโมวิช จะหนักหนาเอาการ เพราะเข่าของเขาลงพื้นผิดท่า ทำให้น่าจะต้องพักอย่างน้อย ๆ 2-3 สัปดาห์ และถ้าเคราะห์ร้ายอาจต้องพักมากกว่า 1 เดือนขึ้นไปก็เป็นได้
    
แต่เหล่ากองเชียร์ "ผีแดง" คงไม่ต้องวิตกกังวลกันมากมายเหมือนก่อนหน้านี้ ที่ดูเหมือนว่า ขาด อิบราฮิโมวิช เหมือนจะขาดใจ ทว่า ตอนนี้ขาด อิบราฮิโมวิช อาจกลายเป็นของดีด้วยซ้ำ
    
ฟอร์มการเล่นจากเกมไล่ต้อน เชลซี นั้น ต้องยอมรับว่าเข้าตาแฟนบอลทั่วโลกมาก ๆ เป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุค มูรินโญ และฟอร์มในช่วงหลังจากที่ อิบราฮิโมวิช เจ็บออกไปในเกมกับ อันเดอร์เลชท์ ก็แสดงให้เห็นถึงทรงบอลแบบเกมกับ เชลซี ก่อนทำประตูชัยได้สำเร็จ
    
ต่อจากนี้ไป เชื่อว่า มูรินโญ คงจะไม่คิดมาก และน่าจะใช้หมากแบบเกมกับ เชลซี ที่มี แรชฟอร์ด เป็นหน้าเป้า ในการเดินหน้าไล่กำราบคู่แข่งทีมแล้วทีมเล่า เพื่อคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก รวมทั้งช่วงชิงอันดับ 4 มาครอง ซึ่งจะเป็นบันไดให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายในการได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-18 ที่สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป ทั้งเรื่องเม็ดเงินที่เข้ามามากขึ้น และการดึงนักเตะระดับชั้นนำของโลกเข้าสู่ทีมเพิ่มขึ้น เพื่อเป้าหมายต่อไปในการกลับไปผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองอีกครั้ง
เช พระราม5
chepharam5@hotmail.com