แชมเปี้ยนส์ลีกชี้ชะตา

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2016-17 อย่างแท้จริงแล้ว ทุกทีมเหลือเกมให้ลงเล่นอีกไม่กี่นัดเท่านั้น ในส่วนของแชมป์ ตอนนี้เหลือม้าแค่ 2 ตัวที่เบียดแย่งแชมป์กัน ได้แก่ เชลซี กับ สเปอร์

ศุกร์ที่ 28 เมษายน 2560 00:26 น.
demo
ด้านในโซนตกชั้น ซันเดอร์แลนด์ คงไม่รอด เช่นเดียวกับ มิดเดิลสโบรห์ ที่ส่อแววจะร่วงตามไปค่อนข้างแน่ แต่อีกหนึ่งทีมที่จะไม่ได้อยู่ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า คงไม่พ้นไปจาก สวอนซี, ฮัลล์ ซิตี หรือ เบิร์นลีย์ ที่ต้องดิ้นรนกันอย่างหนักต่อไป

ส่วนการเบียดแย่งอันดับ 3 และ 4 เพื่อคว้าโควต้าไปเล่นในฟุตบอลถ้วยใหญ่ยุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนนี้มี 4 ทีมที่แย่งชิงกัน คือ แมนฯ ซิตี, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ซึ่งถือเป็นสงครามที่มหาโหดที่สุดก็ว่ากัน เป็นการคัดเลือกแบบครึ่งต่อครึ่ง จาก 4 จะมีแค่ 2 ที่ได้ยิ้มแก้มปริกันหลังจบซีซั่น

หากไล่เรียงดูโปรแกรมที่เหลือของทั้ง 4 ทีมที่ต้องลุ้นแย่งชิงอันดับกันอย่างหนัก เริ่มต้นที่ แมนฯ ซิตี พวกเขาเหลือเกมให้ลงเล่นอีก 5 นัด มีดังต่อไปนี้ วันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. ไปเยือน มิดเดิลสโบรห์, วันเสาร์ที่ 6 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ คริสตัล พาเลซ, วันเสาร์ที่ 13 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ เลสเตอร์ ซิตี, วันพุธที่ 17 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน และนัดสุดท้าย วันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. ไปเยือน วัตฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหลือเกมให้ลงเล่น 5 นัด วันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. เปิดบ้านรับมือ สวอนซี, วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. ไปเยือน อาร์เซนอล, วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. ไปเยือน สเปอร์, วันพุธที่ 17 พ.ค. ไปเยือน เซาแธมป์ตัน และวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ คริสตัล พาเลซ

ลิเวอร์พูล เหลือเกมให้ลงเตะอีก 4 นัด วันจันทร์ที่ 1 พ.ค. บุกไปเยือน วัตฟอร์ด, วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ เซาแธมป์ตัน, วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. บุกไปเยือน เวสต์แฮม, วันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ มิดเดิลสโบรห์

อาร์เซนอล เหลือเกมให้ลงเล่นอีก 6 นัด วันอาทิตย์ที่ 30 เม.ย. ไปเยือน สเปอร์, วันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ แมนฯ ยูฯ, วันพุธที่ 10 พ.ค. ไปเยือน เซาแธมป์ตัน, วันเสาร์ที่ 13 พ.ค. ไปเยือน สโต๊ค, วันพุธที่ 17 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ ซันเดอร์แลนด์, วันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค. เปิดบ้านรับมือ เอฟเวอร์ตัน

ดูจากโปรแกรมของทั้ง 4 ทีมที่เหลืออยู่ ทาง "ปืนใหญ่" เจองานหนักสุด เนื่องจากต้องไปเยือน สเปอร์ กับ เปิดบ้านเจอ แมนฯ ยูฯ และปิดซีซั่นในการดวลแข้งกับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ฝั่ง "ผีแดง" หนักหน่วงเช่นกัน เพราะยังมีเกมที่ต้องไปเยือน อาร์เซนอล และ สเปอร์ ฝ่าย "เรือใบสีฟ้า" งานเบาสุด ไม่เจอของหนักแล้ว ด้าน "หงส์แดง" ก็ถือว่าไม่หนักมาก

แต่ถ้าเจาะลึกในรายละเอียด ลูกทีมของ โฮเซ มูรินโญ มีโปรแกรมฟุตบอลถ้วยยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ อีก 2 นัด เพิ่มเข้ามาแทรกในอีก 5 นัดที่เหลืออยู่ และถ้าผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ จะมีอีกหนึ่งเกมรอบชิงดำให้ได้กังวลอีก จึงถือว่า แมนฯ ยูฯ เสียเปรียบทีมอื่น ๆ มากที่สุด ทว่า อย่างไรก็ดี แม้จะชวดท็อปโฟร์ แต่ถ้าได้แชมป์ยูโรป้า ก็เป็นทางลัดมุ่งหน้าไปสู่เวทีแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าได้เช่นเดียวกัน ซึ่ง มูรินโญ ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่า เน้นแชมป์ยูโรป้า มากกว่าอันดับในลีก เพราะคว้าแชมป์ได้ถ้วยได้เกียรติยศด้วย แต่ที่ 4 ไม่มีถ้วย และดูจากหนทางข้างหน้า ขวากหนามในยูโรป้า ดูจะง่ายดายกว่าในลีกเยอะ

อย่างไรก็ตาม อีก 3 ทีมที่เหลือ ก็ต้องเน้นทุกนัด หากใครพลาดหลุดแพ้หรือเสมอ ในเกมที่ไม่ควรเสียแต้ม ก็อาจส่งผลให้พวกเขาหลุดวงโคจรการไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้าก็เป็นได้ และการชวดโควต้าครั้งนี้ ไม่ได้เสียหายแค่ การขาดรายได้ก้อนโตจากแชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น แต่ยังหมายถึงแรงดึงดูดใจนักเตะใหม่ที่ลดน้อยลง ทำให้การเสริมทัพยากขึ้น นอกจากนั้น จะมีแรงกดดันที่ถาโถมรุนแรงมากยิ่งขึ้น สำหรับกุนซือที่ไม่สามารถนำทีมติดท็อปโฟร์ได้ โดยเฉพาะ อาร์เซนอล ถ้าไม่ติดท็อปโฟร์ แม้จะได้แชมป์เอฟเอ คัพ ก็ยังไม่แน่ว่า อาร์เซน เวนเกอร์ จะได้อยู่คุมทีมต่อไปหรือไม่

ทาง เปป กวาร์ดิโอลา กับ เจอร์เกน คล็อปป์ ถ้าพลาดไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก จะทำให้การคุมทีมซีซั่นหน้ายากขึ้นอีกหลายเท่าตัว เพราะเหมือนเป็นการคาดโทษว่า หากฤดูกาล 2017-18 ทำทีมไม่ติดท็อปโฟร์อีกครั้ง ทั้งคู่อาจต้องกระเด็นออกจากเก้าอี้กุนซือของทีม

ฝ่าย โฮเซ มูรินโญ หากได้แชมป์ยูโรป้า ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปอย่างสวยงาม แต่ถ้าชวดแชมป์ และชวดท็อปโฟร์ด้วย ซีซั่นหน้าจะเป็นงานมหาโหดของ มูรินโญ เผลอ ๆ ถ้าผลงานช่วง 15 นัดแรกไม่ดี อาจถูกเด้งฟ้าผ่าชนิดไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

งานนี้กะพริบตาไม่ได้จริง ๆ โควต้าแชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้ง 4 ทีม ใครพลาดนี่ดูไม่จืดแน่นอน
เช พระราม5
chepharam5@hotmail.com