เอเย่นต์ไม่ใช่ผู้ร้าย

ในทุก ๆ วงการย่อมมี พระเอก ผู้ร้าย ปะปนกันอยู่มากมาย เฉกเช่นเดียวกับวงการลูกหนัง แต่สำหรับเหล่าเอเย่นต์นักเตะทั้งหลาย พวกเขาถูกตีตราว่า ต้องเป็น "ผู้ร้าย" ตลอดศก

ศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560 05:14 น.
demo
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น!!

การย้ายทีมหลาย ๆ ครั้งที่เกิดขึ้น เหล่าแฟนบอลของทีมที่เสียนักเตะที่รักไป มักจะโทษเอเย่นต์ก่อนเป็นอย่างแรกเลยว่า เป็นตัวการที่ทำให้นักฟุตบอลเสียผู้เสียคน เห็นเงินเป็นพระเจ้า ไม่สนใจในเรื่องความจงรักภักดี ตัดสินใจย้ายทีม เพื่อไปรับทรัพย์ก้อนโตจากสโมสรเงินถุงเงินถัง

ทว่า จริง ๆ แล้วแทบทุกวงการ ล้วนมีเอเย่นต์ที่ทำงานอยู่ และรายได้ของพวกเขามาจากเปอร์เซ็นต์รายได้ต่าง ๆ ของคนที่เขาดูแล ซึ่งได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เพื่อดูแลงานของเขาให้ออกมาดีที่สุด ได้รับผลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อมากที่สุด

สำหรับเอเย่นต์นักฟุตบอล รายได้ของพวกเขาก็หักเปอร์เซ็นต์มาจากรายได้ของนักเตะที่เขาดูแลรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นค่าเหนื่อย รายได้จากสปอนเซอร์ ฯลฯ ซึ่งเงินต่าง ๆ ที่นักเตะได้รับมานั้น ล้วนมาจากการทำงานหนักของเอเย่นต์ในการเจรจากับสโมสร ในการต่อรองกับสปอนเซอร์ จึงไม่ใช่เรื่องผิดที่เอเย่นต์จะได้รับเงินส่วนแบ่ง เวลาที่่นักเตะย้ายทีม

และการที่เอเย่นต์สามารถหาทีมใหม่ที่ยินยอมจ่ายเงินให้กับนักเตะของเขามากกว่าเดิม ทำให้นักเตะได้รับค่าจ้างมากขึ้น ถือเป็นการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิด เป็นคนเลว หรือเป็นผู้ร้าย อย่างที่ถูกแฟนบอลต่อว่าแต่อย่างใด

เหมือนเช่นที่ เมล สตีน ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมเอเย่นต์ฟุตบอลได้กล่าวเอาไว้อย่างน่าฟังว่า "เอเย่นต์นักฟุตบอลไม่ใช่คนเลวทั้งหมด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พวกเขาได้รับส่วนแบ่งมา ล้วนมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จริยธรรม และศีลธรรม"

กรณีของ ปอล ป็อกบา ที่้ย้ายจาก ยูเวนตุส มาค้าแข้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกที่ราคา 89.3 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ถูกเปิดเผยว่า การย้ายทีมครั้งนี้ มิโน ไรโอลา เอเย่นต์ของป็อกบา ได้รับเงินส่วนแบ่งมากถึง 41 ล้านปอนด์ ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงกรณีนี้ว่า ทำไม ไรโอลา ถึงได้รับเงินมากมายขนาดนั้น

ทาง สตีน กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องปกติสามัญธรรมดามาก ๆ ในวงการอื่น ๆ เอเย่นต์ก็ได้รับเงินส่วนแบ่งมากมายไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเอเย่นต์ของโปรกอล์ฟหรือนักเทนนิสอาชีพ รวมทั้งในวงการบันเทิงด้วย เพียงแต่ไม่มีการเปิดเผยออกมาสู่สาธารณชนเท่านั้นเอง
 
ยกตัวอย่างเช่น ทอม แฮงส์ นักแสดงชื่อก้องโลกชาวอเมริกัน หนังทุกเรื่องที่เขารับเล่น เอเย่นต์ของเขาจะได้รับเงินส่วนแบ่งจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดที่ แฮงส์ ได้รับ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้น เอเย่นต์นักฟุตบอล จึงไม่ได้แตกต่างจากเอเย่นต์ของนักแสดงแต่อย่างใด เงินทุกบาททุกสตางค์ได้มาอย่างถูกต้อง และได้รับความยินยอมพร้อมใจจากตัวนักเตะแล้ว ไม่ได้มีการบังคับขู่เข็ญ ขูดเลือดขูดเนื้้อแต่อย่างใด

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า นักเตะจำเป็นต้องมีเอเย่นต์หรือไม่ สำหรับผู้เล่นที่มีชื่อเสียง เอเย่นต์ถือเป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ เนื่องจากมีงานในส่วนต่าง ๆ อีกมากมายที่นักเตะไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง นักเตะควรเพ่งสมาธิทั้งหมดไปกับการฝึกซ้อม และการลงสนามเพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด ไม่ควรมาเสียเวลากับงานเอกสาร หรือการต้องติดต่อเจรจาในเรื่องธุรกิจ สัญญาต่าง ๆ

ดังนั้น เอเย่นต์จึงไม่ควรได้รับการกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้ายอีกต่อไป เขาแค่ประกอบอาชีพของตัวเอง พยายามหาเงินให้นักเตะที่เขาดูแล ให้ได้รับค่าจ้างมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และถ้านักเตะไม่ต้องการย้ายทีม เอเย่นต์ก็ไม่มีทางบังคับให้ผู้เล่นย้ายได้แน่นอน การย้ายทีมทุกครั้ง เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจของนักเตะเองทั้งสิ้น ในกรณีนี่้ ไม่ควรมีพระเอกหรือผู้ร้าย เพราะเป็นแค่การทำธุรกิจรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง.

เช พระราม5
chepharam5@hotmail.com