พรีเมียร์ลีกเริ่มน่าเบื่อจริงหรือ?

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือลีกลูกหนังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลกมากประเทศที่สุด มากนัดที่สุด เพราะเป็นลีกที่ได้รับการยกย่องว่า มีความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ และน่าดูชมกว่าลีกอื่น ๆ เป็นลีกที่คาดเดาผลการแข่งขันได้ยากที่สุด เปิดเกมรุกใส่กันมากที่สุด และมีการยิงประตูกันมากที่สุด นี่คือนิยามของพรีเมียร์ลีก ลีกขวัญใจมหาชนชาวไทย

ศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560 05:19 น.
demo
อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบัน นิยามข้างต้นบางส่วนไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มปากเต็มคำอีกต่อไป เพราะพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่ลีกที่ยิงประตูกันเยอะที่สุดอีกต่อไปแล้ว ความดุเดือดเลือดพล่านในการเปิดเกมรุกแลกหมัดใส่กัน ก็ลดน้อยถอยลงไปเยอะ ฟุตบอลสไตล์อังกฤษเริ่มถูกกลืนกินโดยฟุตบอลสไตล์ยุโรป ที่มีการเน้นแท็คติก เน้นผลการแข่งขันมากขึ้น ทำให้จำนวนประตูที่ยิงกันได้เริ่มมีความไม่เสถียร บางซีซั่นก็น้อยจนน่าตกใจ
    
จากสถิติการทำประตูในพรีเมียร์ลีก 6 ฤดูกาลหลังสุด 2011/12: 1,066 ประตู, 2012/13: 1,063 ประตู, 2013/14: 1,052 ประตู, 2014/15: 975 ประตู, 2015/16: 1,026 ประตู, 2016/17: 1,064 ประตู
    
ในฤดูกาล 2014/15 ถือเป็นซีซั่นที่น่าเบื่อที่สุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากมีการยิงประตูกันไม่ถึงหนึ่งพันลูก ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับวงการลูกหนังแดนผู้ดี วิตกกังวลกันว่า หากจำนวนประตูยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ความเป็นลีกฟุตบอลเบอร์หนึ่ง อาจถูกลีกอื่นแย่งไปครอง ทว่า อีก 2 ซีซั่นต่อมา ค่าเฉลี่ยได้เริ่มดีดตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้ความวิตกกังวลเริ่มเลือนหายไป
    
ทว่า หากลองเหลือบไปดูอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจ นั่นคือ จังหวะการลุ้นทำประตูทั้งหมดในพรีเมียร์ลีก 6 ฤดูกาลหลังสุด ปรากฏว่า 2011/12: 10,891 ครั้ง, 2012/13: 10,544 ครั้ง, 2013/14: 10,235 ครั้ง, 2014/15: 9,880 ครั้ง, 2015/16: 9,780 ครั้ง, 2016/17: 9,734
    
นี่คือจำนวนตัวเลขที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนที่สุดว่า พรีเมียร์ลีกน่าเบื่อขึ้นจริง ๆ ความเข้มข้นในการเปิดเกมบุกใส่กันลดลงอย่างแน่นอน เนื่องจากจำนวนการได้ลุ้นสับไกหรือโหม่งทำประตูลดลงอย่างต่อเนื่อง ถ้านำจำนวนครั้งของซีซั่น 2011/12 ที่ 10,891 ครั้ง มาหักลบกับจำนวนครั้งในซีซั่นล่าสุด 9,734 ครั้ง จะได้ผลลัพธ์ว่า มีการยิงประตูน้อยกว่าถึง 1,157 ครั้ง พูดง่าย ๆ ว่า คนดูได้ส่งเสียงฮือฮา ได้ลุ้นเสียวไส้ในการสับไกทำประตูกันน้อยลงมากกว่าพันครั้งเลยทีเดียว
    
อย่างไรก็ตาม หากนำสถิติการได้ลุ้นยิงประตูของซีซั่นล่าสุด 9,734 ครั้ง มาเปรียบเทียบกับจำนวนประตูที่เกิดขึ้น 1,064 ประตู แสดงให้เห็นว่า การยิงประตูมีประสิทธิภาพมากกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนเยอะเลย เพราะในซีซั่น 2011/12 มีการลุ้นทำประตู 10,891 ครั้ง ยิงได้ 1,066 ประตู ซึ่งมากกว่าฤดูกาล 2016-17 แค่ 2 ประตูเท่านั้น แต่มีการสับไกยิงประตูมากกว่าถึง 1,157 ครั้ง
    
จากตัวเลขในย่อหน้าล่าสุด ทำให้เราได้เห็นว่า แม้จะลุ้นทำประตูกันน้อยลง แต่การสับไกยิงแต่ละครั้ง มีคุณภาพมากขึ้น ไม่ใช่การยิงนกตกปลาหลุดกรอบออกไปไกลแบบไม่มีลุ้น บางครั้งคุณภาพก็สำคัญกว่าปริมาณ โดยเฉพาะถ้าพูดถึงเรื่องการสับไกยิงประตู
    
แม้ซีซั่นที่ผ่านมา เราต้องทนเห็นการใช้แท็คติกสุดฮิต ตั้งรถบัส 2 หรือ 3 ชั้นเพื่อป้องกันประตูกันบ่อยครั้งมาก ๆ ในพรีเมียร์ลีก แต่นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในวิวัฒนาการของฟุตบอลที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ไม่มีใครสามารถใช้แผนเดิม ๆ ซ้ำได้ยาว ๆ เนื่องจากคู่แข่งจะสามารถหาจุดอ่อนเจอ และวางหมากมาเล่นงานคุณจนได้ ไม่ว่าแผนนั้นจะมหาเทพขนาดไหนก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว คุณก็จำเป็นต้องหาแท็คติกใหม่ ๆ มาใช้งาน เพื่อไม่ให้คู่แข่งจับทางได้ และนี่คือเสน่ห์ที่ทำให้กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมไม่มีวันเสื่อมคลาย เพราะเป็นศาสตร์ที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง ไม่มีที่สิ้นสุด ท้าทายทั้งคนดูและคนเล่น รวมทั้งมอบความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจให้กับผู้คนทั่วโลกได้ตลอดเวลา นั่นทำให้ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเป็นลีกที่น่าดูมาก ๆ เหมือนเดิม ไม่ได้น่าเบื่อลงแต่อย่างใด
เช พระราม5
chepharam5@hotmail.com