ซีรีส์ กษัตริย์นักกีฬา ตอนที่ 13

ตอนที่ 13 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระมหากรุณาธิคุณในดวงใจ (2)

อังคารที่ 27 ธันวาคม 2559 08:00 น.
demo

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในกีฬาเกือบทุกชนิด เริ่มตั้งแต่เมื่อทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงสกีนํ้าแข็งได้ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาทางนํ้าทรงสนพระทัยหลายชนิดเช่น สกีนํ้า กรรเชียงเรือ เรือใบ แบดมินตัน พระแสงปืน แข่งรถเล็ก กอล์ฟเล็ก 

เกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันนั้นในยุคต้น ๆ สมัยที่กีฬาแบดมินตันของประเทศไทยยังไม่ได้เข้าอันดับโลกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งกับผู้อยู่ใกล้เบื้องพระยุคลบาทเกี่ยวกับกีฬาแบดมินตันด้วยความสนพระทัยเสมอว่า “กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่คนไทยสามารถที่จะไต่เต้าไปสู่ระดับโลกได้เพราะไม่เสียเปรียบทางด้านรูปร่าง และพลกำลังมากจนเกินไป” ทรงรับสั่งเรื่องนี้หลายครั้งก่อนที่คนไทยหลาย ๆ คนจะมองเห็นความสำคัญของกีฬาแบดมินตันในสมัยนั้น จนกระทั่งได้ทรงแบดมินตันด้วยพระองค์เองและทรงสามารถวิเคราะห์วิธีการเล่นและรับสั่งวิจารณ์ถึงการเล่นของนักแบดมินตันระดับโลกในสมัยนั้นได้ทุกคน ทรงเข้าถึงวิธีการเล่นของแต่ละคนได้อย่างดียิ่ง

เช่น นักแบดมินตันของแต่ละคนที่จะต้องไปพบกับนักแบดฯ ระดับโลกในการแข่งขันต่าง ๆ นั้น พระองค์จะทรงรับสั่งด้วยความเป็นห่วงว่า เออร์เลนคอป เป็นนักแบดมินตันที่มีลูกตบที่หนัก เราจะทานไหวไหมและทรงแนะนำว่าจะแก้ด้วยวิธีใดนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและสิ่งที่ทำให้วงการแบดมินตันไทยมีความตื่นตัวมาก คือ ความเอาพระทัยใส่ของพระองค์ท่านรวมทั้งทรงติดตามข่าวผลการแข่งขันของนักกีฬาไทยอยู่เสมอ ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณอันนี้ทำให้นักกีฬาของไทยต้องฟิตตัวเองเป็นพิเศษเพื่อมิให้พระองค์ต้องผิดหวัง

ในการทรงแบดมินตัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงในสนามแบดมินตันในวังสวนจิตรลดา และโปรดเกล้าฯ ให้นักแบดมินตันหลายคน ซึ่งรวมทั้ง ว่อง เป็ง สุน นักแบดมินตันแชมเปี้ยนโลกชาวสิงคโปร์สมัยนั้นเข้าร่วมถวายทรงด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดทรงแบดมินตันประเภทคู่และประเภทสามคน และทรงด้วยพระปรีชาสามารถและมีนํ้าพระทัยความเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง มีพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณ

ในการทรงกีฬาของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวนั้นไม่ทรงโปรดซื้ออุปกรณ์ที่แพง โดยเฉพาะกีฬาเรือใบ ซึ่งเป็นกีฬาที่มีอุปกรณ์ที่แพง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดต่อเรือใบด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง และทรงประดิษฐ์อย่างถูกต้องตามหลักสากล โดยศึกษาแบบถี่ถ้วน และทรงประดิษฐ์ด้วยความละเอียดถี่ถ้วน ชนิดที่เรียกว่าวัดเป็นมิลลิเมตร เรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงต่อขึ้นจึงเป็นเรือที่สมบูรณ์แบบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักกีฬาอย่างเต็มพระองค์ ทรงเป็นทั้งนักกีฬาเพื่อสุขภาพ และนักกีฬาเพื่อการแข่งขัน และทรงเป็นนักผลิตอุปกรณ์ทางการกีฬาที่ทรงพระปรีชาสามารถ



การที่ทรงกีฬาเพื่อการแข่งขันนั้นไม่ว่าจะเป็นพระแสงปืน แบดมินตัน และเรือใบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาสามารถที่จะทรงร่วมการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศทั้ง 3 ชนิด โดยที่พระองค์ท่านทรงโปรดกีฬาเรือใบมากกว่ากีฬาชนิดอื่น โดยเหตุนี้ในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 9-16 ธันวาคม 2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยในกีฬาเรือใบอย่างถูกต้องตามขั้นตอนเช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่นทั่วไปและด้วยพระปรีชาสามารถทรงได้รับเลือกให้เป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย ทรงได้รับไอดีการ์ดนักกีฬาของทีมชาติไทย ฉลองพระองค์ชุดวอร์มและเบลเซอร์และทรงได้รับเบี้ยเลี้ยงในฐานะนักกีฬาทรงเข้าค่ายฝึกซ้อมตามโปรแกรมการฝึกซ้อมเช่นเดียวกับนักกีฬาคนอื่น ๆ

ด้วยพระปรีชาสามารถ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบประเภท โอ.เค. และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลเหรียญทองจากสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 ซึ่งเป็นวันพิธีปิดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ท่ามกลางความปลื้มปีติของพสกนิกรปวงชนชาวไทยทั่วประเทศและเป็นที่ประจักษ์แก่ชนทั่วโลก ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติให้กำหนดวันที่ 16 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันกีฬาแห่งชาติและให้การกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางประสานงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดงาน“วันกีฬาแห่งชาติ” ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศเป็นประจำทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองและน้อมร ลึกถึงพระปรีชาสามารถเพื่อให้พสกนิกรดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทต่อไป

ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงเข้าร่วมการแข่งขันเรือใบประเพณีจิตรลดากับราชนาวี ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างสมํ่าเสมอ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งอยู่เสมอว่า “นักกีฬาที่ดีจะต้องมีความอดทนมีวินัย มีแผนการณ์ต่าง ๆ และต้องปรับปรุงตัวเองให้สมํ่าเสมอ” ซึ่งพระราชดำรัสที่ทรงรับสั่งดังกล่าวนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่นักกีฬาทุกคนได้ถือปฏิบัติ

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางการกีฬานี้ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกว่าทรงเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริงและทรงสนับสนุนกีฬาเป็นอย่างมากจนเป็นที่ปรากฏชัดและในการประชุมใหญ่คณะกรรมการโอลิมปิคสากล ครั้งที่ 92 ที่เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีนายฮวน อันโตนิโอ ซามาร้านซ์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคสากล เป็นประธาน มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 87 ประเทศได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าฯถวายเหรียญดุษฎีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิคสากล คือ “อิสริยาภรณ์โอลิมปิคชั้นสูงสุด” (ทอง) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน กรุงเทพฯ นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯถวายเหรียญโอลิมปิคชั้นสูงสุด สมควรที่นักกีฬาทุกคนจะได้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทอันจะมีผลให้เกิดโอกาสทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ



จากพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่การกีฬาของชาติเป็นอเนกประการประกอบกับพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในวโรกาสต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น สภามหาวิทยาลัยมหิดลในการประชุมครั้งที่ 195 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2534 ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พุทธศักราช 2534 ซึ่งได้นำความปลื้มปีติมาสู่วงการกีฬาของชาติและพสกนิกรทั่วไปเป็นล้นพ้นอีกครั้งหนึ่ง

พระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นองค์ประมุขของประเทศไทย และทรงเป็นนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่นี้ เป็นสิ่งที่พสกนิกรปวงชนชาวไทยทั่วประเทศภาคภูมิใจ และน้อมรำลึกเสมอว่าพระองค์ท่านคือ “มิ่งขวัญและดวงใจของวงการกีฬาไทย”.