ซีรีส์ กษัตริย์นักกีฬา ตอนที่ 14

ตอนที่ 14 : พระมหากรุณาธิคุณในดวงใจชาวกีฬา (1)

พุธที่ 28 ธันวาคม 2559 08:00 น.
demo

การอภิปรายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กับการกีฬา” โดยพลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์, ศ.น.พ.รุ่งธรรม ลัดพลี, ศ.เจริญ วรรธนะสิน และ ดร.รชฏ กาญจนวณิชย์ ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เป็นประวัติศาสตร์ในวงการกีฬาอีกหน้าที่ควรกล่าวถึง ซึ่งเป็นความรู้สึกของตัวแทนบุคคลในวงการกีฬาที่ได้น้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในด้านงานกีฬา

พลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ สมัยนั้นเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยและกรรมการโอลิมปิคสากล ได้เรียนให้ทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อการกีฬาดังนี้

สำหรับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกี่ยวกับการกีฬาของชาติ และกีฬาระหว่างประเทศนั้น เป็นที่กระจ่างชัดว่า พระองค์ท่านทรงสละเวลาทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อการกีฬา โดยมีพระมหากรุณาธิคุณรับการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 5 ครั้งที่ 6 และ ครั้งที่ 8 กีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ครั้งที่ 8 การแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการแข่งขันทุกครั้ง 

นอกจากนั้นยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานไฟพระฤกษ์ให้กับการกีฬาต่างๆ ด้วย จนในขณะนี้เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกว่า พระองค์ท่านทรงเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง เพราะทรงสนับสนุนกีฬาเป็นอย่างมากจนเป็นที่ปรากฏชัด 



คณะกรรมการโอลิมปิคสากลในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 92 ที่เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี โดยมีประธานคณะกรรมการโอลิมปิคสากลเป็นประธานและมีสมาชิกเข้าร่วมประชุม87ประเทศได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าถวายเหรียญดุษฎีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิค คือ “อิสริยาภรณ์โอลิมปิคชั้นสูงสุด (ทอง)” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้มีพิธีทูลเกล้าถวายเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2530 ณ ศาลาดุสิตาลัย

อันนี้นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งของประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นนักกีฬา มีใจเป็นนักกีฬาและทรงปฏิบัติเป็นนักกีฬาจนกระทั่งได้ทรงแข่งขันเรือใบด้วยพระองค์เองจนได้ที่ 1 ในเรือใบประเภทโอ.เค. ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2510

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ รุ่งธรรม ลัดพลี ช่วงนั้นเป็นแพทย์ทางกีฬาที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปในที่ต่าง ๆ ได้เรียนให้ทราบ ดังนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสนพระทัยในกีฬาเกือบทุกชนิด เริ่มตั้งแต่เมื่อทรงพระเยาว์ พระองค์ท่านทรงสกีนํ้าแข็งได้ดีมากต่อมาเสด็จกลับมาในประเทศไทยก็ทรงสกีนํ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาทางนํ้าทรงสนพระทัยหลายชนิด เช่น กรรเชียงเรือเป็นชนิดหนึ่งที่ทรงเป็นประจำเกือบวันเว้นวันในช่วงปี 2513-2514 ต่อจากนั้นก็ทรงเรือใบ ซึ่งพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านเป็นที่ประจักษ์ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2510 

นอกจากนั้นยังมีกีฬาอีกหลายชนิดที่ทรงสนพระทัย เช่น พระแสงปืน แบดมินตัน การแข่งรถเล็ก กอล์ฟเล็ก ตลอดจนออกกำลังพระวรกายด้วยการทรงจ๊อกกิ้ง ในระยะหลังอาจจะเป็นเพราะพระองค์ท่านมีพระราชกรณียกิจต่าง ๆ มากมาย จึงไม่ได้ทรงในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม การออกกำลังพระวรกายด้วยการทรงพระดำเนินเร็วหรือที่เรียกว่า จ๊อคกิ้งนั้น พระองค์ได้ทรงเป็นประจำ เนื่องจากการที่ทรงพระประชวรครั้งหลังสุดเมื่อปี 2525 นั้น พระองค์ท่านทรงระมัดระวังในเรื่องพระสุขภาพพลานามัยต่าง ๆ มาก แล้วยังได้ทรงศึกษาอย่างแท้จริง 

ในตอนนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีโอกาสถวายคำแนะนำบางประการเกี่ยวกับการออกกำลังพระวรกาย และเวลานี้ทรงใช้เป็นบรรทัดฐานในการที่จะกำหนดการออกกำลังพระวรกาย และขณะนี้สิ่งที่ปฏิบัติอยู่เป็นประจำส่วนมากจะทรงออกกำลังพระวรกายอย่างที่เราเรียกว่าทรงพระดำเนินเร็วที่ศาลาดุสิตดาลัยเป็นประจำเกือบทุกวันที่ว่างจากพระราชกรณียกิจ

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านทรงเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะไปแข่งขันอีกก็ตาม แต่ด้วยการฝึกฝนของพระองค์เป็นการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพพลานามัยเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรงศึกษาข้อมูลอย่างแท้จริงของกีฬาแต่ละประเภท แม้แต่การจ๊อกกิ้งก็ทรงศึกษาตลอดเวลาว่า ควรจะเริ่มต้นอย่างไร มีการอบอุ่นร่างกายอย่างไร และผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังพระวรกายแล้วอย่างไรทรงทำเป็นกิจวัตร เป็นแบบฉบับที่ดี

แม้แต่เรื่องอุปกรณ์กีฬาต่าง ๆ ก็เหมือนกันถ้าโปรดเกล้าทำเองได้ก็จะทรงทำเอง สิ่งที่เห็นว่าดีที่สุดและรับสั่งอยู่เสมอ คือ นักกีฬาที่ดีจะต้องมีความอดทน มีวินัย มีแผนการต่าง ๆและต้องปรับปรุงตัวเองให้สมํ่าเสมอ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้น่าจะเป็นตัวอย่างและแบบฉบับที่ดีของนักกีฬาทั่ว ๆ ไป

นอกจากการทรงกีฬาแล้วพระองค์ท่านยังให้พระทัยใส่ติดตามข่าวกีฬาอยู่เสมอ อันนี้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ท่านเอาพระทัยใส่ทางด้านกีฬาทุกประเภท และไม่เพียงแต่เท่านี้พระองค์ยังทรงเป็นผู้ฝึกสอนที่ดีด้วย พระบรมราโชวาทต่าง ๆ ที่ประทานแก่นักกีฬานั้นเป็นพระบรมราโชวาทที่นักกีฬาทุกคนควรจะต้องจำใส่ใจไว้ และพินิจพิจารณานำไปปฏิบัติได้เสมอ ซึ่งหากทุกคนติดตามและปฏิบัติได้ความสำเร็จต่าง ๆ ก็จะติดตามมาได้ทันที จึงนับว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่มีพระมหากษัตริย์อย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่ให้พระทัยใส่ในการกีฬาและเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้พวกเราได้มีโอกาสสร้างความเจริญก้าวหน้าทางด้านกีฬา.