ซีรีส์ กษัตริย์นักกีฬา ตอนที่ 15

ตอนที่ 15 : พระมหากรุณาธิคุณในดวงใจชาวกีฬา (วงการแบดมินตัน)

พฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม 2559 08:00 น.
demo

การอภิปรายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กับการกีฬา” โดยพลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์, ศ.น.พ.รุ่งธรรม ลัดพลี, ศ.เจริญ วรรธนะสิน และ ดร.รชฏ กาญจนวณิชย์ ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2530 เป็นประวัติศาสตร์ในวงการกีฬาอีกหน้าที่ควรกล่าวถึง ซึ่งเป็นความรู้สึกของตัวแทนบุคคลในวงการกีฬาที่ได้น้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในด้านงานกีฬา

ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน อดีตนักแบดมินตันรองแชมป์โลก ปัจจุบันเป็นนายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเคยได้รับทุนส่วนพระองค์ไปศึกษาในประเทศอังกฤษ ได้เรียนให้ทราบถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการทรงกีฬาแบดมินตัน ดังนี้

ในยุคต้น ๆ สมัยที่กีฬาแบดมินตันของประเทศไทยยังไม่ได้เข้าอันดับโลก ส่วนมากคนไทยมักจะหนีวงการแบดมินตัน เพราะว่าคนที่เข้ามาในวงการแล้วมักจะต้องเสียเงินให้การสนับสนุนเกมส์ที่ยังไม่มีใครรู้จักและได้เห็นมีพระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีสายพระเนตรยาวไกล ทรงรับสั่งกับผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเสมอว่า กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่คนไทย สามารถที่จะไต่เต้าไปสู่ระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบทางด้านรูปร่างและพละกำลังมากจนเกินไป

ทรงรับสั่งถึงจุดนี้หลายครั้งก่อนที่คนไทยหลาย ๆ คนจะมองเห็นความสำคัญของกีฬาแบดมินตันในสมัยนั้น จนกระทั่งได้ทรงแบดมินตันด้วยพระองค์เองพร้อมกับได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยใน พ.ศ. 2493



นับตั้งแต่นั้นกีฬาแบดมินตันของไทยก็ได้พุ่งทะยานเข้าสู่ระดับโลกซึ่งถ้าหากปราศจากพระมหากรุณาธิคุณและสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วกีฬาแบดมินตันของไทยคงจะไม่สามารถบรรลุผลระดับโลกอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ในสมัยนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงแบดมินตันด้วยพระองค์เอง พระองค์ท่านทรงมีความสนพระทัยในกีฬาแบดมินตันมากสามารถวิเคราะห์ถึงวิธีการเล่นและสามารถที่จะรับสั่งวิจารณ์ถึงวิธีการเล่นของนักแบดฯ ระดับโลกในสมัยนั้นได้ทุกคน และทรงเข้าถึงวิธีการเล่นของแต่ละคนได้อย่างดีที่สุด เช่น นักแบดฯ ที่มีลูกตบที่หนัก เราจะทานไหวมั้ยเราจะต้องแก้ไขด้วยวิธีใดเหล่านี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานให้กับนักแบดฯ ไทย 

และสมัยนั้นสิ่งที่ทำให้วงการแบดมินตันไทยมีความตื่นตัวมาก คือความเอาพระทัยใส่ของพระองค์ท่านเวลาที่นักกีฬาไทยไปแข่งขันท่านจะทรงติดตามข่าวผลการแข่งขันอยู่เสมอซึ่งพระมหากรุณาธิคุณอันนี้ ทำให้นักกีฬาต้องฟิตตัวเองให้เป็นพิเศษ เพื่อมิให้พระองค์ท่านต้องทรงผิดหวัง

ในการทรงแบดฯ ของพระองค์ท่านจะทรงด้วยพระองค์เองในสนามแบดมินตันในวังสวนจิตรลดา สมัยนั้นโปรดเกล้าให้นักแบดมินตันหลายคนเข้าไปถวายทรงในวัง นอกจากนี้ยังมี “ว่อง เป็ง สุน” แชมเปี้ยนโลกชาวสิงคโปร์สมัยนั้นเข้าร่วมถวายทรงด้วยและตราบจนกระทั่งทุกวันนี้ “ว่อง เป็ง สุน” ก็ยังซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

แม้ว่าขณะนี้ “ว่อง เป็ง สุน” จะเป็นอัมพฤกษ์พิการไปครึ่งตัว แต่ก็ยังได้ส่งโทรเลขถวายพระพรพระองค์ทุกวันที่ 5 ธันวาคม มิเคยขาดตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเขากล่าวว่าทำแล้วรู้สึกสบายใจอย่างยิ่ง เพราะได้ถวายความจงรักภักดี



ในการทรงแบดมินตันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ท่านโปรดในการทรงสามและทรงประเภทคู่ และทรงได้ดีมาก ในสมัยนั้นพวกเราได้เข้าถวายทรงและเคยเห็นพระองค์ท่านทรงแบดฯ อย่างนักกีฬาโดยแท้ เวลาพระองค์ท่านทรงลูกเสีย จะไม่มีการแสดงอาการกริ้วหรือพิโรธอย่างไร แม้กระทั่งผู้ที่ถวายทรงตีลูกเสีย พระองค์ท่านก็ไม่เคยพิโรธ ซึ่งตามธรรมดาคนที่เล่นแบดฯถ้าพาร์ทเนอร์ตีลูกเสีย มักจะหัวเสียด้วย แต่ว่าพระองค์ท่านไม่เคยแสดงกิริยาพิโรธผู้ที่ถวายทรงเลย
 
อันนี้แสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่านเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริง มีพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณอย่างเสมอ นอกจากนี้แล้วพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ก็ยังเจริญรอยตามเบื้องยุคบาทให้การสนับสนุนวงการแบดมินตัน เช่น สมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ก็ได้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งนอกจากทรงแบดฯ แล้ว ยังได้พระราชทานการสนับสนุนวงการแบดมินตันตราบเท่าทุกวันนี้.