มวยไทย : จากท้องถิ่นสู่โอลิมปิกเกมส์ !! (จบ)

ไปติดตามกันต่อกับโอกาส และความเป็นไปได้ของ "มวยไทย" ที่จะถูกบรรจุเข้าแข่งขันใน "โอลิมปิกเกมส์" กีฬาเดลินิวส์ นำคุณไปร่วมวิเคราะห์เจาะลึกกับ อ.ทิฆัมพร เอี่ยมเรไร แห่งมหาวิทยาลัยนเรศวร

อังคารที่ 3 มกราคม 2560 13:42 น.
demo

มาติดตามปัจจัยอื่นๆ ที่จะเป็นแรงสนับสนุน และเป็นอุปสรรคต่อมวยไทย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ขั้นตอน และด่านต่างๆ ที่มวยไทยจะต้องฝ่าฟัน รวมถึงการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของมวยไทยที่จะถูกไอโอซีเลือก ในท่ามกลางตัวเลือกอีกมากมายในกลุ่มกีฬาในแผนการอุปถัมภ์ (provisional) ด้วยกัน

นับตั้งแต่ฌาร์ค ร็อกก์ ประธานไอโอซีชาวเบลเยี่ยม ริเริ่มให้ทบทวนชนิดกีฬาลงโปรแกรมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ขึ้นใหม่ในปี 2002 ดูเหมือนว่าจะเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมส่งผลสั่นสะเทือนต่อ “กีฬาหลัก” (core sports) หรือกีฬาขาประจำทัวร์นาเมนต์อย่างมากมาย ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างความหวังให้กับกีฬาชนิดใหม่ๆ หรือกีฬาที่เคยถูกมองข้ามมาหลายทศวรรษได้มีโอกาสกลับมาแจ้งเกิดในมหกรรมกีฬาระดับโลกอีกหน 

ทั้งนี้เพราะไอโอซีไม่เคยเปลี่ยนชนิดกีฬาโอลิมปิกอีกเลย นับตั้งแต่ปี 1936 เป็นต้นมา (ยกเว้นโปโล) ทำให้ในปี 2005 เบสบอล/ซอฟต์บอล ตกเป็นเหยื่อรุ่นแรกที่ถูกโหวตออก จากนั้นในปี 2013 โธมัส บาค ประธานไอโอซีคนใหม่ที่ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในแวดวงกีฬาโลกได้เสนอนโยบายพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินสำหรับการพิจารณาชนิดกีฬาใหม่ๆ เข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ ว่าแต่นี้ต่อไปจะต้องมีการพิจารณากีฬาใหม่ทุกครั้งก่อนที่พิธีเปิดการแข่งขันครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3 ปี และนี่เองที่ต่อมาวงการกีฬาเมืองไทยได้รับข่าวดี เมื่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ลงมติยอมรับมวยไทยเข้าเป็น “กีฬาในแผนการอุปถัมภ์” (provisional) เพื่อเตรียมเสนอเข้าเป็นชนิดกีฬาใหม่ในการแข่งขันโอลิมปิกต่อไปในอนาคต



ก่อนหน้านี้ ไอโอซีได้มีมติยอมรับ 5 กีฬาชนิดใหม่เข้าสู่โปรแกรมกีฬา โตเกียว 2020 ซึ่งประกอบไปด้วยกีฬา เบสบอล/ซอฟต์บอล คาราเต้ เซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด และปีนหน้าผา (Sports Climbing) ที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในแวดวงกีฬาทั่วโลกอย่างมาก ขณะที่มีหลายคนดีอกดีใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีอีกหลายคนที่อกหักผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มคนที่พยายามผลักดันกีฬาของตนให้เข้าเป็นหนึ่งในโปรแกรมกีฬาโตเกียว 2020 อาทิ สควอช โบว์ลิ่ง แดนซ์ หมากรุก บิลเลียด ซูโม่ หรือแม้แต่ชักคะเย่อ (Tug of War) ที่เคยได้รับการบรรจุเป็นกีฬาโอลิมปิกมาแล้วตั้งแต่ปี 1900 ก่อนจะถูกถอดออกไปปี 1924 คนผิดหวังที่มีมากกว่าเหล่านี้จึงต้องกลับไปทำการบ้านกันให้หนักเพื่อกลับมาสู้กันใหม่ในคราวหน้าอีกหน

คงไม่เป็นการกล่าวเกินจริงว่า เส้นทางการเข้าเป็นตัวเลือกกีฬาชนิดใหม่ในโอลิมปิกของมวยไทย ไม่ใช่เรื่องง่าย!

ไอโอซี ออกเกณฑ์ในกฎบัตรโอลิมปิกไว้อย่างชัดเจนที่ข้อ 45 ในการเปิดรับกีฬาชนิดใหม่เข้าสู่โปรแกรมกีฬาว่า สหพันธ์กีฬาชนิดนั้นๆ จะต้องผ่านเกณฑ์การยอมรับเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์นานาชาติ (IF) และหน่วยงานต่อต้านสารกระตุ้นโลก (WADA) ของไอโอซีเสียก่อน ภายใต้ข้อกำหนดที่ระบุไว้ในกฎบัตรข้อ 45 (3.2) ว่ากีฬาชนิดนั้นๆ จะต้องมีนักกีฬาลงทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10,500 คน มีผู้ฝึกสอน/โค้ชที่ผ่านการอบรมอย่างน้อย 5,000 คน และผ่านการจัดการแข่งขันในระดับที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีไม่น้อยกว่า 310 รายการ เป็นต้น



ไม่เพียงเท่านั้น กีฬาชนิดใหม่จะต้องแสดงถึงพันธกิจ และวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับวาระของเจ้าภาพโอลิมปิก และวาระของโอลิมปิกในยุคนั้นๆ ผ่าน 5 เกณฑ์สำคัญคือ (1) เป็นกีฬาที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา มีสหพันธ์กีฬารองรับอย่างเป็นทางการ และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในภูมิภาค (2) มีองค์กรที่น่าเชื่อถือดูแล และรับรอง โดยเฉพาะสถานภาพทางการเงิน มีแผนกลยุทธ์ในการพัฒนา และที่สำคัญต้องเป็นกีฬาที่ให้ความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ (3) เพิ่มคุณค่าให้กับแนวทางการทำงาน และภาพลักษณ์ของโอลิมปิกสากล (4) เป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมแพร่หลาย ดึงดูดความสนใจจากผู้ชม (ทั่วไปหรือกลุ่มใหม่ๆ) ผู้สนับสนุน และสื่อมวลชน ไม่ว่าในการแข่งขันนั้นๆ จะมีซูเปอร์สตาร์นักกีฬาชื่อดังเข้าร่วมแข่งขันด้วยหรือไม่ก็ตาม และประการสุดท้าย (5) มีโมเดลทางธุรกิจที่น่าพอใจทั้งในส่วนที่ก่อรายได้ และส่วนค่าใช้จ่ายที่สร้างกำไรสมเหตุสมผล

กรณีตัวอย่าง และหลักเกณฑ์ดังกล่าวจึงเป็นกรอบและแนวทางที่สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) ต้องเรียนรู้ และวางแผนปฏิบัติตาม เช่นกรณีญี่ปุ่นในฐานะเจ้าภาพครั้งต่อไป โตเกียว 2020 ที่ได้กำหนดวาระร่วมกับไอโอซีว่า ต้องการให้กีฬาโอลิมปิกยุคใหม่ที่มีส่วนผสมผสานของคุณค่าแบบดั้งเดิม และคุณค่าแบบใหม่ๆ เข้าด้วยกัน คณะกรรมการจัดการแข่งขันโตเกียว 2020 จึงวางเป้าหมายไปที่การชักชวนคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเจ้าภาพจึงเสนอกีฬาแนวเอ็กซ์ตรีมต่อไอโอซี เช่น เซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด และปีนหน้าผา

หากย้อนกลับมาพิจารณากรณีมวยไทย ณ ปัจจุบัน จึงนับว่ามวยไทยอยู่ในสถานการณ์ที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ในฐานะชนิดกีฬาที่ได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ผ่านการจัดแข่งขันในระดับภูมิภาคมาแล้ว เช่น ซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ โดยเฉพาะในยุคที่มวยไทย 3 ยกเป็นที่นิยม พบว่ามีชาวต่างชาติให้ความสนใจทั้งการเป็นผู้ชม ผู้เล่น และผู้จัดการแข่งขัน ที่สำคัญองค์กรมวยไทยที่เคยขัดแย้งเป็นปัญหาคาใจกลืนไม่เข้าคายไม่ออกบัดนี้ก็คลี่คลายลงได้แล้ว การกระตุ้นให้มีการแข่งขันมวยไทยหญิง และในระดับเยาวชนก็แพร่หลายมากขึ้น มีสปอนเซอร์ให้การสนับสนุนจำนวนมาก ประกอบกับการจัดการแข่งขันที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนตรงกับความคาดหวังของไอโอซี หากได้นำข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาของไอโอซีมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม ก็น่าจะทำให้โอกาสของมวยไทยไปเป็นชนิดกีฬาในโอลิมปิกในอนาคตข้างหน้ามีความเป็นไปได้ไม่น้อย



อดีตที่ผ่านมา มวยไทยไปโอลิมปิกเกมส์มาแล้วหลายครั้ง เพียงแต่ไปในฐานะผู้เข้าแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น เพราะนักมวยสากลสมัครเล่นของไทยส่วนใหญ่พัฒนามาจากนักมวยไทยอาชีพ ที่ถูกยกเครื่องปรับเชิงมาเป็นมวยสากล  ก่อนจะสวมเสื้อกล้ามติดธงชาติแล้วใส่รองเท้าขึ้นขึ้นชกเท่านั้น ซึ่งก็ประสบความสำเร็จด้วยดี และอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะคว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์เหรียญแรกในประวัติศาสตร์กีฬาไทย (พเยาว์ พูนธรัตน์ - มอลทรีออล 1976 แคนาดา) แต่ยังมีนักชกที่สามารถคว้าเหรียญทองเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ให้กับทัพนักกีฬาไทยจากน้ำพักน้ำแรงของนักมวยไทยอาชีพอีกด้วย (สมรักษ์ คำสิงห์ - แอตแลนต้า 1996 สหรัฐอเมริกา )

อย่างไรก็ตาม หนทางยังอีกยาวไกลในท่ามกลางอุปสรรคที่ยากยิ่งกว่าการแข่งขันเพื่อได้เหรียญทองโอลิมปิกหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวกีฬาชนิดยกเครื่องเพื่อให้เข้ากับกฎเกณฑ์ของโอลิมปิกสากล และการเสนอตัวเพื่อแข่งขันกับชนิดกีฬาคู่แข่งที่มีศักยภาพอีกมากมาย แต่ยังรวมถึงปฏิบัติการล็อบบี้เพื่อช่วงชิงคะแนนโหวตจากไอโอซี และคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในแต่ละครั้งอีกด้วย ...ทว่ามวยไทยก็สืบเท้าเดินหน้ามาไกลแล้ว 

ตราบที่ยังไม่สิ้นเสียงระฆังยกสุดท้าย อะไรก็เกิดขึ้นได้!

ทิฆัมพร เอี่ยมเรไร
มหาวิทยาลัยนเรศวร

ข้อมูลอ้างอิง
A.Guttman. (1994) “Games and empires: modern sports and cultural imperialism”. Blackwell: Colubia Univesity Press.

International Olympic Committee. (2015) “Olympic Charter”. DidWeDo, Lausanne, Switzerland. 

International Olympic Committee. (2016) “Olympic Games Tokyo 2020 OCOG proposal on new sports”. Lausanne, Switzerland.

ทิฆัมพร เอี่ยมเรไร. (2556) “การสื่อสารเพื่อการสืบทอดมวยไทยฐานะอัตลักษณ์ไทยสู่โลกาภิวัตน์”. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว). กรุงเทพฯ