สกู๊ปบอลไทย : "ปาร์ค-ยศวรรธน์"จากเวทีมวยสู่แข้งช้างศึก23ปี

“ปาร์ค” ยศวรรธน์ มนทา ดาวเตะจากดินแดนอีสานเมืองยโสธร เป็นอีกนักเตะกำลังถูกจับตามอง หลังได้โยกย้ายไปร่วมยอดทีมเมืองไทย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี เพราะเชื่อกันว่า นี่คือตัวแทนของ "ธีราทร บุญมาทัน" 

อาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2560 12:19 น.
demo
ยศวรรธน์ มนทา ได้เสื้อหมายเลข 2 ของ “เจ้าอุ้ม” แถมยังถูกจับเล่นเป็นวิงแบ๊กซ้ายเหมือนกัน รับหน้าที่เป็นตัวปั่นลูกนิ่งเหมือนกัน ซึ่งเป็นบทบาทที่เขารับมาแล้วในทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

ย้อนอดีตของ ยศวรรธน์ มนทา นักเตะรายนี้ คือแฟนกีฬาหมัดมวยตัวยง มีเวลาว่างเมื่อไหร่ มักจะนำพาตัวเองไปสัมผัสบรรยากาศ “หมัด เท้า เข่า ศอก” อยู่เสมอๆ หรือถ้าไม่ไปติดขอบสนาม ก็จะนั่งชมผ่านจอตู้


ในชุด บุรีรัมย์

เมื่อชอบกีฬาหมัดมวย “ปาร์ค” ในวัยเด็กจึงเริ่มต้นเล่นกีฬาด้วยการฝึกต่อยมวย ทว่าตัวเขาเองกลับเจอจุดพลิกผัน จนสุดท้ายต้องโยกตัวเองมาเตะบอลเหมือนเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป จนติดทีมชาติชุด 19 และ 23 ปี

“กีฬามวยคือสิ่งแรกที่ผมใช้แทนการออกกำลังกาย ผมเริ่มตั้งแต่ช่วงป.2-ป.5 ที่สำคัญคือที่บ้านรู้ไม่กี่คน ผมแอบไปฝึกและขึ้นต่อยไป 4 ครั้ง การขึ้นชกครั้งแรกผมใช้ชื่อ 'ปาร์คเกอร์ จ.เจริญยนต์' ผลคือแพ้ครับ แต่หลังจากนั้นอีก 3 ครั้งที่ขึ้นชกชนะหมดเลย และผมเปลี่ยนมาให้ชื่อ 'ปาร์คเกอร์ ส.คำสี' จนวันหนึ่งย่าของผมจับได้ ย่าเลยให้ผมเลิกต่อย เพราะเขากลัวเราจะบาดเจ็บ”


ชอบมวยเป็นชีวิตจิตใจ

“จากนั้นเลยเปลี่ยนมาเตะบอล มีพี่ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย เป็นแรงบันดาลใจ อยากเก่งและเท่เหมือนกัน ก็เริ่มฝึกเตะแถวๆ บ้านกับเพื่อน จนช่วงม.2 ผมเดินไปขอเข้าโรงเรียนกีฬายโสธร ตอนนั้นยอมรับเลยครับว่าไปแบบมึนๆ ตอนแรกเขาไม่เอาด้วยซ้ำ แต่เขาคงสงสารเลยเอาไปซ้อมดู สุดท้ายก็ได้เรียน”


กับ ลีซอ ไอดอล ของ ปาร์ค

ความมุ่งมั่น ผสมความมึนของ ยศวรรธน์ มนทา นำพาไปสู่จุดเริ่มต้นในวงการลูกหนังขาสั้น เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังทำสิ่งที่เชื่อว่าหลายๆ คนที่เป็นนักบอลดังๆ ของเมืองไทยเคยทำมาแล้ว นั่นคือการออกล่าฝันด้วยตัวเอง โดยมีแค่ความมุ่งมั่นและคิดว่าทำยังไงก็ได้ที่สามารถแบ่งเบาภาระของครอบครัว

“ตอนนั้นผมอยู่ม.4 อาจารย์ เสน่ห์ หนูทอง แนะนำให้ไปคัดที่โรงเรียนพาณิชยการราชดำเนิน แกบอกเห็นหนังสือพิมพ์ลงอยู่ ผมเลยไปหาอ่านข่าวเลยเจอเปิดรับสมัครนักฟุตบอลให้ไปคัดตัว ผมแทบไม่คิดอะไรเลยครับ ผมเดินทางไปสมัครเลย เพราะในใจตอนนั้นทำยังไงก็ได้ที่จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวให้ได้มากที่สุด และสุดท้ายผมก็ได้เรียน ได้เป็นนักฟุตบอลของที่นี่”

มุ่งมั่นฝึกซ้อม

การต่อสู้ย่อมลำบากเสมอ แม้ว่าโอกาสจะเข้ามาแล้วก็ตาม “ปาร์ค” ต้องต่อสู้ความกดดันของตัวเอง กับการเฝ้าฝึกซ้อมอย่างหนัก ทว่ากลับไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนาม จนเวลาผ่านไปเข้าสู่ช่วงปีสุดท้ายในรั้วโรงเรียน เขาถึงโอกาสบ้าง และเขาก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ 

“ผมจบออกมา ผมมีชื่อไปเล่นให้กับอาร์แบคเทโรฯ ในดิวิชั่น 2 แต่ผมก็ไม่เคยได้ลงสนามหรอก จากนั้นเข้าเป็นเยาวชนของทีมเพื่อนตำรวจ และถูกเรียกไปคัดตัวทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งผมติดทีมไปเล่นรายการชิงแชมป์อาเซียนได้ที่ 3 และไปแข่งรายการทันห์เนียนคัพ ได้รองแชมป์ ส่วนสโมสรผมก็ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ ทีมลูกอีสาน ต่อด้วย นนทบุรี เอฟซี จนปี 2015 ผมกลับมาเล่นกับ เพื่อนตำรวจ ได้อยู่ทีมเดียวกับพี่ลีซอไอดอลของผม และเราสามารถคว้าแชมป์ลีกวันได้สำเร็จ มันถือเป็นเรื่องที่สุดแฮปปี้และมหัศจรรย์ไม่น้อยสำหรับตัวผมเลยทีเดียว”

ติดทีมชาติไทย

นับเป็นใบเบิกทางอีกขั้นของ ยศวรรธน์ มนทา ในอาชีพลูกหนัง เพราะหลังจากนั้นถือเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง เพื่อนตำรวจ โดนพักทีม เขาจึงถูกปล่อยยืมไปค้าแข้งกับ นครปฐม ยูไนเต็ด จนผลงานเข้าตา “ปาร์ค” ถูกเรียกไปติดทีมชาติไทย ยู-23 ที่กำลังเตรียมทีมสู้ศึกซีเกมส์ ก่อนจะโยกมา "บิ๊กทีม" อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

“ชีวิตผมผ่านอะไรมาเยอะ ทุกความกดดันทำให้ผมมีความมุ่งมั่นมากยิ่งขึ้น ผมว่าตัวผมเองตอนนี้เหมือนจะชอบอะไรที่มันยากและท้าทาย"


แชมป์แม่โขงคลับ

"ตัวผมเองนั้นชื่นชมพี่อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน อยู่แล้ว พี่อุ้มเขาเก่งในแบบของเขา ผมจึงไม่อยากให้ใครเอาเราสองคนมาเปรียบเทียบกัน แต่ผมสัญญาว่าจะพัฒนาฟอร์มตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะเป้าหมายผมคือการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะกับสโมสรหรือทีมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าการก้าวขึ้นไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่คือฝันที่ผมต้องทำให้ได้”

มุ่งมั่นและเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับ ยศวรรธน์ มนทา ซึ่งเส้นทางของเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน แฟนบอลต้องติดตาม.


กับ นฤบดินทร์ เพื่อนร่วมทีม บุรีรัมย์