"เพชรอู่ทอง"ตระกูลมวยตัวจริงจากบุรีรัมย์

"คุยนอกสนาม" โดย "น้อต เดลินิวส์" สโมสร อูบคำ พาแฟนข่าวกีฬาไปรู้จักกับ "จอมคลาสสิค" เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง ยอดนักชกตระกูลมวยตัวจริงจาก "เมืองทับหลัง" บุรีรัมย์

เสาร์ที่ 8 เมษายน 2560 18:00 น.
demo
กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ กับ “คุยนอกสนาม” ที่จะบอกเล่าเรื่องราวของบุคคคลในวงการกีฬาบ้านเราเช่นเคย

วันนี้ฉบับวันอาทิตย์ในวันหยุดสุดสัปดาห์ กับบรรยากาศสบาย ๆ ก่อนเปิดฉากเทศกาลเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ นักมวยไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2559 ของ สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย กันหน่อย

เพชรอู่ทอง อ.ขวัญเมือง หรือ “บอล” นัฐพล นวลแก้ว พื้นเพเป็นชาวอำเภอห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ด้วยสถิติก่อนวันรับรางวัลและได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ ผู้ตัดสิน มีฟอร์มหลังที่ยอดเยี่ยมบนสังเวียนผืนผ้าใบด้วยการชนะ 6 ไฟต์รวด

คว้ารางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยม ประจำปี 2559

แฟนหมัดมวยทางบ้านที่ติดตามมวยจอตู้ทุกสัปดาห์อาจจะดูแล้วในช่วงหลัง ๆ นี้ ไม่ค่อยได้เห็น เพชรอู่ทอง โชว์ฝีมือออกอากาศแบบสด ๆ นั้น ก็เป็นเพราะช่วงให้หลังจากนี้ไม่นาน เขาโชว์ฟอร์มขั้นเทพปราบนักชกในรุ่นราวคราวเดียวกันชนิดราบเป็นหน้ากลองไปแล้วหลายคน จนทำให้ค่าตัวพุ่งสูงในปัจจุบันรับค่าตัวที่ไฟต์ละ 180,000 บาท

ทำให้โอกาสชกออกทีวีนั้นมีน้อยลง เพราะโปรโมเตอร์วิกมาตรฐานจะนิยมนำไปขึ้นป้ายชูโรงเป็นคู่เอกนำรายการ เพื่อกวักแฟนมวยขาจร-ขาประจำและชาวต่างชาติเข้าสนาม นี่คือการบอกเล่าแบบเกริ่นนำไปก่อนที่จะลากยาวเรื่องราวที่น่าสนใจกับตัวนักชกรายนี้นะครับ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาฟังการเปิดใจของนักชกจากเมืองทับหลังคนนี้กันเลย

เพชรอู่ทอง เล่าว่า รางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมหนนี้สร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเองอย่างมาก เป็นเกียรติประวัติที่ดีต่อวงศ์ตระกูลรวมถึงค่ายมวยด้วย ปัจจุบันมีอายุ 22 ปี เวลาที่เหลือยังมั่นใจและจะยืนหยัดสู้บนสังเวียนลูกผู้ชายไปอีกนาน ซึ่งมองไกลไปถึงอายุ 30 ปีนู้น หากวันนั้นยังมีเรี่ยวแรงที่ดีอยู่ก็จะยังคงชกมวยเก็บเงินต่อไปเพื่อจุนเจือครอบครัวซึ่งทางบ้านพ่อแม่เป็นชาวนา ส่วนเรื่องอาชีพตอนนี้ที่คิดไว้ก็อยากเป็นตำรวจ จึงได้มีการเรียน กศน. เตรียมรับวุฒิ ม.6 ควบคู่ไปด้วยกับการเป็นนักมวย เพราะหวังว่าวันหนึ่งพอเลิกมวยแล้วจะได้ไม่ลำบาก

กว่าจะมาเป็นยอดมวยในวันนี้ได้ ถือว่าไม่ธรรมดาครับ เพราะนักชกเจ้าของสมญา “จอมคลาสสิค” รายนี้ ในวัยเด็กคนมวยแดนอีสานรู้จักเขาดีในชื่อของ สายเลือด ธ.ธงธวัช ซึ่งในแต่ละคืนนั้นจะเดินสายชกตามเวทีภูธรคืนละ 2-3 ไฟต์ โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นนักมวยจากยอดคุณพ่ออย่าง ทวีกิจ ศิษย์โอ ที่เป็นครูมวยให้คนแรก

ส่วนที่มาของชื่อในวัยเด็กที่โฆษกตามสังเวียนต่าง ๆ จะเรียกขานผ่านไมโครโฟนว่า “สายเลือด” นั้น เพราะจอมฝีมือลูกหลานชาวเขาพนมรุ้งรายนี้ เกิดมาจากตระกูลมวยอย่างแท้จริง ถ้าไล่เรียงได้ก็เป็นไปตามนี้ครับ

ผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ

เริ่มจากพ่อมีชื่อมวยว่า ทวีกิจ เป็นลูกคนที่สองของปู่กับย่า ส่วนพี่ชายคนโตของพ่อชื่อ สมเกียรติ ศิษย์โอ น้องชายพ่อคนถัดมาชื่อ ฟ้าสนั่น ศิษย์โอ ตามด้วย “ทะเลโหด” ฟ้าคะนอง ศิษย์โอ และคนสุดท้อง “จอมถีบสายฟ้า” ฟ้าสุชล ศิษย์โอ ซึ่งปู่และย่าของจอมคลาสสิคมีลูกชายทั้งสิ้น 5 คน เป็นนักมวยทั้งหมด เหมือนกับฟ้าประทานส่งให้ทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นนักมวยยังไงยังงั้น

ที่น่าสนใจอีกอย่างที่ เพชรอู่ทอง ถูกกำเนิดให้ลืมตาดูโลกในสายเลือดของตระกูลมวยเมืองบุรีรัมย์แล้ว รางวัลนักมวยไทยยอดเยี่ยมถ้วยพระราชทานใบนี้ เมื่อปี 2543 ก็เคยตกเป็นของ ฟ้าสุชล ซึ่งเป็นคุณอาของเขาด้วยนั่นเอง ถือว่าเชื้อยอดมวยหล่นไม่ทิ้งแถว

นอกจากนี้ชีวิตนอกสังเวียน เพชรอู่ทอง ก็ได้พบรักกับ “น้องเจน” ในวัย 20 ปี ซึ่งเป็นหลานสาวสุดหวงของ สมหมาย สกุลเมตตา โปรโมเตอร์ชื่อดังของ “วิกแอร์” เวทีราชดำเนิน คนดังแห่งทุ่งบางกะปิ และเป็นโปรโมเตอร์แกนนำกลุ่มพลังใหม่ ที่ในอดีตเป็นผู้เจียระไนให้เขาก้าวมาเป็นยอดมวยได้ในวันนี้

ควงน้องเจนแฟนสาวเป็นจิตอาสาที่สนามหลวง
                     
ซึ่ง “ยอดมวยคนล่าสุด” ก็ได้บอกอีกว่า “มวยทำให้ผมพบรักจริง มวยสำคัญกับชีวิตผมมาก ผมจะรักและหวงแหนศิลปะประจำชาติตรงนี้ให้มากที่สุดครับ” นี่เป็นคำกล่าวที่ภูมิใจของนักชก จอมคลาสสิค

เพชรอู่ทอง เล่าย้อนถึงที่มาที่ไปในวัยเด็กให้ฟังอีกว่า “ผมเข้ามาอยู่ที่ค่าย ส.สมหมาย ตอนอายุ 14 ปี ตอนนั้นเป็นแชมป์เวทีมวยภูธรมากถึง 13 เส้น ถูกยกให้เป็นยอดมวยเด็กที่ครองเข็มขัดมากที่สุดในประเทศ ซึ่งมาอยู่ค่ายแรก ๆ ผมร้องไห้คิดถึงบ้านทุกวัน เพราะยังปรับตัวกับชีวิตในเมืองกรุงไม่ได้ แต่ก็ได้กำลังใจที่ดีจากพ่อ ลุง และอา ที่เป็นยอดมวยบุรีรัมย์ โทรมาให้กำลังใจทุกวันบอกกับผมว่า ชีวิตต้องสู้ สักวันเอ็งจะเป็นยอดมวย เชื่อสิ และเป็นเพราะผมเชื่อคำสอนของพ่อจึงมาได้ไกลถึงตรงนี้”

เพชรอู่ทอง ในวัยเด็กที่บุรีรัมย์ ในนามชกมวยเวลานั้นมีชื่อว่า "สายเลือด ธ.ธงธวัช"

อย่างไรก็ตามกำลังใจที่ดีจากวันวานสู่วันนี้ ทำให้ยืนหยัดอยู่บนยุทธจักรกำปั้นด้วยการสนับสนุนที่ดีจากผู้อยู่เบื้องหลัง นำโดย โปรโมเตอร์ ศึก ส.สมหมาย โดยมี “สุนทร อู่ทอง” เป็นเทรนเนอร์คอยดูแล และที่สำคัญสุด ในที่มาของชื่อ “เพชรอู่ทอง” นั้น เป็นเพราะได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คนปัจจุบัน ที่พื้นเพเป็นชาว อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เมื่อย้อนอดีตตั้งแต่ติดยศร้อยตรี “บิ๊กนายตำรวจ” ผู้มีหัวใจรักมวย เคยเห็นแววเจ้าหนูจอมคลาสสิครายนี้ที่ไปชกไว้ที่เมืองขุนแผน และในที่สุดก็ได้ดึงตัวมาสวมสีเสื้อ “อ.ขวัญเมือง” จึงเป็นที่มาของชื่อ เพชรอู่ทอง ในวันนี้นั่นเอง

ชีวิตหลังจากนี้ของยอดมวยไทยรายนี้จะเดินไปในทางที่ดีอย่างไรนั้น แต่ท้ายที่สุดก็เชื่อว่าด้วยน้ำเลี้ยงที่ดี มีคุณภาพหน้าเสื่อเป็นที่รู้จักกว้างขวางในแวดวงหมัดมวย ซึ่งต้องขอชื่นชมอีกเรื่องก็แล้วกันครับ หลังจากที่มีข่าวใหญ่โตไปทั่วทั้งวงการเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา เมื่อสองนักชกดังจากค่าย อ.ขวัญเมือง อย่าง เสกสรร และ เพชรอู่ทอง โดนผู้ไม่หวังดีวางยาจนเป็นเหตุให้ต้องเว้นวรรคงดชกไปหลายเดือน จนมีข่าวอาจจะเลิกมวยไปเลยหากสภาพร่างกายไม่กลับมาเข้าที่เหมือนเดิม

แต่ด้วยโชคชะตาและวาสนาที่ดีที่ลิขิตไว้ ทำให้เขาได้กลับมาเดินตามทางที่สายเลือดคุณพ่อสร้างเอาไว้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนักชกที่ไม่ธรรมดา การคัมแบ๊กครั้งนี้ทำให้วงการมวยกลับมีสีสันมากขึ้น เป็นแรงสนับสนุนให้นักกีฬาในทุกชนิดที่ได้มีโอกาสอ่านเรื่องราวครั้งนี้ มีแรงบันดาลใจ เพราะถ้าเราไม่ย่อท้อ สักวันหนึ่งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ จะต้องมาถึงเรา

นี่คือเรื่องราวดี ๆ ของยอดมวยไทยถ้วยพระราชทานคนล่าสุดที่ภูมิใจยกมาเสนอครับ.

                                                                                                                                                                                               สโมสร อูบคำ