ทัพตบสาวยู 23 ฉายแววดาวรุ่ง-อุ่นใจทีมชุดใหญ่มีรุ่นใหม่ทดแทน

ทัพตบสาวยู 23 ฉายแววดาวรุ่ง-อุ่นใจทีมชุดใหญ่มีรุ่นใหม่ทดแทน

พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560 15:42 น.
demo

ทัพตบสาวยู 23 ฉายแววดาวรุ่ง

อุ่นใจทีมชุดใหญ่มีรุ่นใหม่ทดแทน
 

ผ่านไปแล้วสำหรับศึก วอลเลย์บอลหญิง อายุต่ำกว่า 23 ปี เอสโคล่า ชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์นครราชสีมา ซึ่งนักตบสาวยู 23 สามารถคว้าตั๋วไปสู้ศึกวอลเลย์บอลหญิงอายุต่ำกว่า 23 ปีชิงแชมป์โลก ที่ประเทศสโลวีเนีย ระหว่างวันที่ 10-17 ก.ย. ได้สำเร็จตามเป้าหมาย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือพัฒนาการของทีมตบสาวยู 23 ของไทย ที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนักตบรุ่นก่อนอย่าง พรพรรณ เกิดปราชญ์, ทัดดาว นึกแจ้ง และ หัตทยา บำรุงสุข ได้ก้าวไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่แล้ว

สำหรับทีมชุดนี้เริ่มมองเห็นดาวรุ่งหลายๆคน ที่เริ่มฉายแววเจิดจ้า อย่าง “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี ที่ในรายการนี้พกความมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม ทำแต้มให้กับทีมไทยได้อย่างดี พร้อมคว้าตำแหน่งหัวเสายอดเยี่ยม, วัชรียา นวลแจ่ม ตำแหน่งบอลเร็วขึ้นตีบอลทำคะแนนได้เฉียบคม, พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ซึ่งได้ตำแหน่งตัวตบตรงข้ามหัวเสายอดเยี่ยม และ พัชราภรณ์ สิทธิศาสตร์ ที่ขึ้นตีบอลเป็นได้แต้มให้ทีมได้เป็นกอบเป็นกำ, ฑิชาญา บุญเลิศ และ ณัฐฏณิชา ใจแสน มือเซตดาวรุ่งที่ลูกเล่นแพรวพราว ส่วนนักตบที่ได้โอกาสรับใช้ชาติเป็นครั้งแรก อย่าง “แอ๊ป” หทัยรัตน์ จารัตน์ บอลกลางยอดเยี่ยม และ “ยุ้ย” ชิตพร กำลังมาก ที่ฟอร์มอาจยังไม่เข้าที่ ก็เชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้จะช่วยพัฒนาฝีมือไปจนถึงวันข้างหน้า และด้วยส่วนสูงเกิน 180 ซม. หน่วยก้านรูปร่างที่เหมาะน่าจะสามารถต่อยอดไปสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากทีมสาวไทยชุดใหญ่จบจากศึกเวิลด์กรังด์ปรีซ์ที่จะถึงนี้ ทีมตบสาวไทยอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะนักตบส่วนใหญ่ก็มีอายุที่มากแล้ว อย่าง “กิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ พี่ใหญ่ของทีมตบสาวไทย ก็มีอายุ 32 ปี, วรรณา บัวแก้ว อายุ 35 ปี, ปลื้มจิตร์ ถินขาว อายุ 32 ปี, นุศรา ต้อมคำ อายุ 30 ปี, อรอุมา สิทธิรักษ์ อายุ 29 ปีโดยหากนับไปถึงโอลิมปิกเกมส์ ครั้งหน้าในปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็บวกอายุไปอีก 4 ปี ทำให้มองแล้วว่า โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่จะถึงนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายของนักตบสาวไทยหลายๆคนด้วยกัน


พิมพิชยา ก๊กรัมย์

ทั้งนี้ทีมสาวไทยที่น่าจะขึ้นมาเป็นตัวหลักแทนรุ่นพี่ก็น่าจะเป็น “แนน” ทัดดาว นึกแจ้ง ที่สามารถเล่นได้ดี ส่วน “เพียว” อัจฉราพร คงยศ มีพัฒนาการที่เห็นอย่างชัดเจนและเป็นตัวตบทำแต้มให้กับทีมไทยตลอด ขณะที่ “พู่” พรพรรณ เกิดปราชญ์ มีความมั่นใจมากขึ้น และเล่นได้ทั้งการเซตที่ดีและช่วยเกมในแนวรุกได้ ส่วน “เตย” หัตถยา บำรุงสุข รวมถึงดาวตบจากชุด 23 ปี “บุ๋มบิ๋ม” ชัชชุอร โมกศรี และ พิมพิชยา ก๊กรัมย์ ที่ได้แข่งขันอย่างต่อเนื่องก็น่าจะแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งหากตบสาวจากชุดยู 23 ของไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะสามารถขึ้นมาร่วมกับรุ่นพี่เป็นกำลังหลักของทีมชาติไทยได้ในอนาคต

หากจะถามว่านักตบดาวรุ่งของไทยมาจากส่วนไหน ส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดการแข่งขันของสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯ ที่จัดให้แข่งขันในทุกระดับอายุ ถือเป็นการ “ปูพื้น” นักตบมาตั้งแต่ระดับยุวชนจนถึงเยาวชน และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากศึก “วอลเลย์บอลอาชีพไทยแลนด์ลีก” ที่มีเหล่านักตบยุวชนและเยาวชนไทย ได้ไปร่วมทีมในแต่ละสโมสรเป็นการเสริมความแข็งแกร่งได้อย่างดี รวมถึง ที่ช่วยสร้างดาวตบรุ่นใหม่ก็คือ “อะคาเดมี่ลีก” สำหรับนักตบเยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี ซึ่งเป็นการดวลเกมตบระหว่างทีมเยาวชนจากอะคาเดมี่ของแต่ละสโมสร โดย “อะคาเดมี่ลีก” ถือเป็นโครงการที่ต้องการให้นักตบระดับเยาวชนไทยได้มีแมตช์ในการแข่งขันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จากนี้ไปเราคงได้เฝ้าดูการพัฒนาของเหล่านักตบดาวรุ่งรุ่นใหม่ ที่เป็นผลผลิตจากความตั้งใจพัฒนาอย่างจริงจังของ “สมาคมลูกยางไทย” ทำให้วอลเลย์บอลเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของกีฬาอาชีพและความสำเร็จในระรับโลก ซึ่งจากนี้แฟนลูกยางไทยคงอุ่นใจได้แล้ว ทีมชาติไทยจะมี “นักกีฬาชั้นดี” เข้ามาทดแทนรุ่นเก๋าเพื่อสานฝันสู่โอลิมปิกเกมส์ต่อไป.

พัชราภรณ์ สิทธิศาสตร์